Connect with us

Lifestyle

เตาอบไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี คำถามที่คนชอบทำครัวหลาย ๆ คนอยากรู้คำตอบ

Published

on

เตาอบไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี

สำหรับใครหลาย ๆ คนที่ชอบทำอาหารทั้งคาวหวาน จะต้องมีอุปกรณ์ทำครัวประจำบ้านกันอยู่หลากหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทำอาหารหรืออุปกรณ์เบเกอรี่ และ “เตาอบไฟฟ้า” ก็น่าจะเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนที่รักการทำครัวอยากมีไว้ในครอบครองอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ชอบทำพิชซ่าแบบโฮมเมด หรืออบไก่ทั้งตัวให้ออกมามีสีสันและกลิ่นหอมน่ารับประทาน ดังนั้น เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าควรเลือกซื้อเตาอบไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี พร้อมวิธีการดูแลรักษาเตาอบไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ยาวนานเค้าทำกันอย่างไร

เตาอบยี่ห้อไหนดีที่น่าใช้และควรเลือกซื้อไว้ติดบ้าน

1. เตาอบไฟฟ้า Electric oven อเนกประสงค์ ประกอบไปด้วยเตาอบทั้งหมด 3 ชั้น สามารถใช้อบอาหารได้พร้อมกันทั้ง 3 ชั้น กระจายความร้อนได้ดีเพราะมีท่อที่เอาไว้สำหรับกระจายความร้อนด้วยกันทั้งหมด 4 ท่อ สามารถใช้ทำอาหารได้หลากหลายประเภท กระจายลมร้อนได้อย่างทั่วถึง มีปุ่มที่ง่ายต่อการใช้งาน และตัวเครื่องสามารถทำความสะอาดได้ง่ายเพราะสามารถแยกส่วนอุปกรณ์ประกอบภายในเตาได้ ราคาไม่แพง มีอุปกรณ์แถมมาให้กับตัวเครื่องอบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถาดอบขนม ตะแกรงย่าง ถาดรองเศษอาหารและที่หนีบถาด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งาน

2. เตาอบไฟฟ้าตั้งโต๊ะ Electrolux ความจุ 21 ลิตร รุ่น EOT4805K เป็นเตาอบที่มีฟังก์ชันการทำงานได้หลากหลายอย่าง เช่น ปิ้ง ย่าง อบ สามารถเลือกปรับระดับความร้อนได้ตั้งแต่ 100 ถึง 250 องศาเซลเซียส สามารถกระจายความร้อนให้อาหารสุกได้อย่างทั่วถึง เพราะมีแผงสแตนเลสสตีลสำหรับทำความร้อนมาให้ถึง 4 แผง และมีพัดลมสำหรับใช้ระบายความร้อน ใช้งานได้อย่างสะดวกปลอดภัย เพราะมีระบบตัดไฟฟ้าพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยอัตโนมัติ ประตูเครื่องอบเป็นกระจกทนความร้อนได้เป็นอย่างดี แถมยังสามารถทำความสะอาดได้ง่ายดายอีกด้วย และยังเป็นอีกรุ่นที่มีผู้ใช้ตัวจริงมารีวิวเตาอบไฟฟ้ารุ่นนี้เป็นจำนวนมาก

3. เตาอบไฟฟ้า Tefal ความจุ 39 ลิตร รุ่น OF4848 เป็นเตาอบไฟฟ้าที่สามารถใช้ทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการอบ ปิ้ง ย่าง หรือแม้แต่ใช้สำหรับทำเบเกอรี่ ก็สามารถทำได้อย่างสบาย ๆ เพราะเตาอบตัวนี้มีโหมดทำอาหารมาให้ด้วยกัน 4 ประเภท ได้แก่ ระบบหมุนเวียนลมร้อน แบบธรรมดา สำหรับการย่าง และแบงมารี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำอาหารทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้ด้วยความจุที่มีถึง 39 ลิตร หมดความกังวลว่าทำครั้งหนึ่งจะทานกันในครอบครัวไม่พอได้เลย ในเรื่องของความปลอดภัยการใช้งาน เตาอบตัวนี้สามารถตั้งอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 100 ถึง 240 องศาเซลเซียส โดยจะมีไฟที่ตัวเครื่องแสดงสถานะของการทำงานตลอดเวลา นอกจากนี้ยังตั้งเวลาเตาอบได้สูงสุดถึง 120 นาที อีกทั้งยังมีระบบตัดไฟอัตโนมัติอีกด้วย รับรองปลอดภัยหายห่วงแน่นอน

วิธีการดูแลรักษาเตาอบไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ยาวนานเค้าทำกันอย่างไร

วิธีการดูแลรักษาเตาอบให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอนั้น จะต้องหมั่นทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกเตาอบ โดยการทำความสะอาดภายในนั้นให้เน้นใช้ผ้าชุบน้ำที่แห้งหมาด ๆ เช็ดให้ทั่วเบา ๆ ในกรณีที่ภายในเตาเคลือบเทปลอน แต่หากเป็นตะแกรงเหล็กให้เน้นใช้แปรงปัดฝุ่นเพื่อทำความสะอาด ไม่นิยมใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดบ่อยเกินไปนักเพราะอาจจะทำให้ตะแกรงเป็นสนิมได้ กรณีการทำความสะอาดฮีตเตอร์นั้นไม่ควรใช้ของมีคมไปขูดขีดในกรณีที่มีคราบสกปรกติดเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ฮีตเตอร์เกิดความเสียหายและทำงานได้ไม่ดีดังเดิมได้ ส่วนการทำความสะอาดภายนอกก็ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดได้ตามปกติ ไม่ควรตั้งเตาอบไว้ใกล้เตาแก๊ส หมั่นเก็บสายไฟให้เป็นระเบียบ เท่านี้ก็จะสามารถยืดอายุการใช้งานเตาเอบออกไปได้อีกยาวนานแล้ว

และอย่าลืมว่าเมื่อคุณพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลายได้คำตอบแล้วว่าจะซื้อเตาอบไฟฟ้ายี่ห้อไหนดีมาไว้ใช้งาน ก็ต้องหมั่นฝึกปรือฝีมือทำครัวกันให้ดี เพราะไม่แน่ว่าเตาอบที่ได้มาอาจเป็นช่องทางของรายได้เสริม จนสามารถทำขนม หรือทำอาหารขายในอนาคตก็เป็นได้

พลาดไม่ได้กับ Shopee 2021 New Year Sale! มาพร้อมโปรโมชั่นเด็ด ๆ ส่งท้ายปี ในช่วงเวลาแสนพิเศษแบบนี้ ช้อปปิ้งที่ Shopee พบกับโค้ดส่งฟรีทั่วไทยไม่มีขั้นต่ำ! พร้อมขนทัพสินค้าสุดปังแห่งปีมาลดราคากันสูงสุดถึง 90% โปรดี ๆ แบบนี้มีแค่ที่ Shopee ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2020 – 5 มกราคม 2021 นี้เท่านั้น!

พิเศษยิ่งไปกว่านั้น! ให้คุณได้มอบของขวัญให้คนที่คุณรักในช่วงเทศกาลด้วยสินค้าแบรนด์ดังราคา 1 บาท! พร้อมกองทัพสินค้าราคาพิเศษเพียง 9, 59, 99 บาทให้คุณเลือกมากมาย มาช้อปสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ราคาสุดคุ้ม ทั้งสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง สกินแคร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ฯลฯ ได้ที่ Shopee 2021 New Year Sale!

Continue Reading

Lifestyle

ประกันชั้น 2+ ดีกว่าที่คิด! เหมาะกับใคร และต่างจากชั้น 1 อย่างไร?

Published

on

ประกันภัยรถยนต์ 2+

เมื่อพูดถึงการทำประกันรถยนต์ หลายคนอาจคิดถึงประกันชั้น 1 เป็นอันดับแรก เพราะเชื่อว่าให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด แต่จริง ๆ แล้ว ประกันภัยรถยนต์ 2+ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ไม่แพง และยังครอบคลุมหลายความเสี่ยงที่คุณอาจคาดไม่ถึง โดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่ลดระดับความอุ่นใจลงมากเกินไป

ทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์ 2+ คืออะไร?

ประกันภัยรถยนต์ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 แต่มีข้อแม้บางอย่าง เช่น การเคลมอุบัติเหตุต้องมี “คู่กรณี” และส่วนใหญ่จะซ่อมที่อู่มากกว่าศูนย์บริการ จุดเด่นสำคัญคือให้ความคุ้มครองทั้งรถชน รถหาย และไฟไหม้ ในราคาที่ถูกกว่าชั้น 1 อย่างเห็นได้ชัด

ประกันภัยรถยนต์ 2+ เหมาะกับใคร?

หากคุณกำลังสงสัยว่า “เราควรทำประกันชั้น 2+ ดีไหม” ลองพิจารณาดูว่าคุณเข้าข่ายกลุ่มเหล่านี้หรือไม่:

  • ขับรถมาแล้วหลายปี มีประสบการณ์ ขับขี่ปลอดภัย
  • ใช้งานรถในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ขับในพื้นที่เสี่ยง
  • รถมีอายุ 4-10 ปี ไม่จำเป็นต้องซ่อมห้าง
  • อยากลดค่าเบี้ยประกัน แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุม
  • ต้องการคุ้มครองเรื่องรถหายและไฟไหม้ด้วย

ถ้าคุณตอบว่า “ใช่” กับข้อใดข้อหนึ่ง นั่นแปลว่า ประกันภัยรถยนต์ 2+ อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ

จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ 2+

  • ราคาประหยัดกว่า ประกันชั้น 1 หลายพันบาทต่อปี
  • คุ้มครองครบ ทั้งรถชน, รถหาย, และไฟไหม้ (เฉพาะมีคู่กรณี)
  • ซ่อมอู่มาตรฐาน ที่ได้รับการรับรองจากบริษัทประกัน
  • ดูแลผู้ขับขี่และบุคคลภายนอก ในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • เคลมง่าย รวดเร็ว ในอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีและหลักฐานชัดเจน

แล้วประกันชั้น 1 ต่างจากประกัน 2+ อย่างไร?

แม้ว่า ประกันภัยรถยนต์ 2+ จะให้ความคุ้มครองหลายด้านคล้ายประกันชั้น 1 แต่ก็ยังมีความแตกต่างบางประการที่ควรรู้ เช่น:

  • ประกันชั้น 1 คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ชนฟุตบาท ชนเสาไฟ หรือขับรถตกหลุม
  • ประกันภัยรถยนต์ 2+ ต้องมีคู่กรณีถึงจะเคลมค่าซ่อมรถเราได้
  • ชั้น 1 ซ่อมห้างได้ ส่วนใหญ่ 2+ ซ่อมอู่
  • ชั้น 1 ครอบคลุมมากกว่า แต่ราคาก็สูงกว่าเช่นกัน

ดังนั้น หากคุณเป็นคนขับรถอย่างระมัดระวัง และไม่ได้กังวลกับความเสียหายเล็กน้อยแบบไม่มีคู่กรณี การเลือกทำประกัน 2+ ก็ถือว่าเพียงพอแล้วในชีวิตประจำวัน

ประกันชั้น 2+ ใช่สำหรับคุณหรือเปล่า?

ประกันภัยรถยนต์ 2+ ไม่ใช่ทางเลือกที่ด้อยกว่าประกันชั้น 1 แต่เป็นทางเลือกที่ “พอดี” สำหรับคนที่มีวินัยในการขับขี่ ต้องการความคุ้มครองหลัก ๆ ในราคาที่จับต้องได้ ที่สำคัญยังครอบคลุมกรณีที่หลายคนกังวล เช่น รถหาย หรือไฟไหม้ ซึ่งประกันชั้น 3 หรือ 3+ ไม่ครอบคลุม

อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก่อนค่อยตัดสินใจ เพราะการมี ประกันภัยรถยนต์ 2+ ติดไว้ ก็เหมือนมีเกราะป้องกันที่อุ่นใจทุกครั้งที่สตาร์ทรถ หากคุณมองหาประกันที่จ่ายน้อยลง แต่ยังให้ความสบายใจในทุกการเดินทาง ประกันภัยรถยนต์ 2+ อาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าที่คุณเคยคิดไว้!

Continue Reading

Art

รู้จักกับสีน้ำมันและภาพเขียน

Published

on

สีน้ำมัน

เรื่องของการส้ร้างสรรค์ผลการศิลปะนั้น… มีมากมายหลากหลายแนวทางให้เราได้เลือกทำกันเลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งการจะสร้างสรรค์งานเหล่านี้ต้องอาศัยปัจจัยและสมาธิต่างๆ มากมายกว่าที่คนทั่วๆ ไปจะคิดครับ แต่ในบทความนี้อยากจะพาทุกๆ ท่านไป “รู้จักกับสีน้ำมันและภาพเขียน” ที่น่าสนใจและเป็นอีกหนึ่งแขนงการสร้างานศิลป์กันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันเล้ยย!!!

นียามของสีน้ำมันและภาพเขียนเป็นอย่างไรบ้าง?

ใช้ในการสื่อประวัติความเป็นมา การใช้สีน้ำมันเริ่มต้นในยุคเรเนสซานส์ช่วงศตวรรษที่ 15 เป็นนวัตกรรมใหม่ในงานจิตรกรรม เนื่องจากสีน้ำมันมีคุณสมบัติแห้งช้ากว่าสีประเภทอื่น ทำให้จิตรกรสามารถปรับแต่งผลงานได้นานขึ้น โดยส่วนประกอบของสีน้ำมัน สีน้ำมันผลิตจากการผสมสีผงธรรมชาติหรือสังเคราะห์กับตัวทำละลายจากน้ำมันพืชหรือน้ำมันสลักร์ เช่น น้ำมันลินสีด น้ำมันถั่วเหลือง ทำให้มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม

– เทคนิคการเขียนภาพ งานจิตรกรรมสีน้ำมันสามารถใช้เทคนิคต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น การใช้พู่กันเบลนด์สี การทาทับสีหลายชั้น การไล่ระดับสีด้วยมีดปาดสี รวมถึงการใช้ลวดลายและการวาดเส้น

– ภาพวาดแนวต่างๆ จิตรกรสามารถใช้สีน้ำมันในการสร้างสรรค์ผลงานหลายแนวได้ ทั้งภาพทิวทัศน์ ภาพคนเหมือน ภาพนามธรรม หรือภาพชีวิตนิ่ง มีศิลปินเอกหลายท่านที่โด่งดังจากผลงานสีน้ำมัน เช่น วินเซนต์ ванโก ปีกัสโซ เรมบรานด์

– การบำรุงรักษาผลงาน เนื่องจากสีน้ำมันแห้งช้า ภาพเขียนอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงจะแห้งสนิท แต่ก็ทนทานและคงสีได้นานหลายศตวรรษหากดูแลรักษาอย่างถูกวิธี โดยไม่ควรสัมผัสด้วยน้ำมากเกินไป และเก็บไว้ที่แสงไม่จัดจ้า การเขียนภาพด้วยสีน้ำมันจึงเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่า ผสมผสานทั้งความละเอียดอ่อน เทคนิค และจินตนาการของจิตรกร สร้างผลงานอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป

ข้อดีข้อเสียของภาพวาดสีน้ำมัน

– คุณสมบัติที่ดีของภาพสีน้ำมัน
– เพิ่มคุณค่ารูปโปรดและบ้านสุดหรูของคุณให้ดูมีสไตล์
– คงทนถาวรเพราะเราใช้สีน้ำมันอย่างดีวาดลงบนผ้าใบอย่างดี
– ดูแลรักษาง่าย สามารถใช้ฟองน้ำหรือผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดๆเช็ดทำความสะอาด

วิธีการลงสีน้ำมันขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

►เตรียมอุปกรณ์

ผ้าใบสำหรับปูพื้น

– แผ่นวาดรองพื้น เช่น แผ่นไฟเบอร์บอร์ด หรือแผ่นไม้อัดบาง

– พู่กันขนาดต่างๆ เช่น พู่กันแบนขนาดใหญ่ พู่กันกลม พู่กันแฟลต

– จานสี หรือกระป๋องสำหรับวางสีน้ำมัน

– ผ้าเช็ดพู่กัน น้ำมันลินสีด หรือน้ำมันพืชสำหรับเจือจางสี

►วางทาบแผ่นพื้น วางผ้าใบปูพื้น แล้ววางแผ่นวาดรองพื้นทับลงไป เพื่อป้องกันสีหกเลอะเทอะ

►แบ่งสีลงจาน เทสีน้ำมันต่างๆ ลงจาน โดยใช้สีหลักๆ คือ แดง เหลือง น้ำเงิน และดำ เขียว พร้อมสีขาวและดำเพื่อผสม

►ผสมสีด้วยพู่กัน ใช้ปลายพู่กันคนสีให้เข้ากันในจาน จนได้โทนสีที่ต้องการ

►ลงสีพื้นพู่กันแบน ใช้พู่กันแบนเกลี่ยสีพื้นหลังก่อน ด้วยการวาดเป็นแนวเส้นตรงไปมาทั้งแนวนอนและแนวตั้ง

►ลงรายละเอียดด้วยพู่กันขนาดเล็ก เมื่อได้สีพื้นแล้ว ให้ใช้พู่กันขนาดเล็กลงรายละเอียดภาพ โดยการเกลี่ยเป็นแนวเส้นโค้ง และใช้ปลายพู่กันแตะเพื่อสร้างจุดเล็กๆ

►ไล่ระนาบด้วยการซ้อนสี เกลี่ยสีทับซ้อนกันหลายชั้น เพื่อไล่ระนาบระหว่างส่วนหน้าและส่วนหลังของภาพ

►ทิ้งไว้ให้สีแห้ง หลังจากลงสีเสร็จ ให้ทิ้งผลงานไว้ให้สีแห้งสนิทก่อนจะรองพื้นหรือเคลือบผิว

ควรฝึกฝนเทคนิคการลงสีพื้นฐานนี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุ้นเคยกับสีน้ำมัน รวมถึงควบคุมการไหลของสี การผสมสี และการใช้พู่กันได้ดียิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “รู้จักกับสีน้ำมันและภาพเขียน”ที่ได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้น คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ดีกันนะครับ

Continue Reading

Lifestyle

4 วิธีการจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับงานต่างๆ

Published

on

วิธีการจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับงานต่างๆ

ว่ากันด้วยเรื่องการจัดตกแต่งสถานที่ต่างๆ นั้น เพื่อความสดชื่นและสวยงามของการต่างๆ สิ่งที่คาดไม่ได้เลยนั้นก็คือ “ดอกไม้” ที่ถูกรังสรรให้ออกมาเป็นซุ้มต่างๆ ที่มีความสวยงามและน่าชื่นชม แต่ท่านทราบกันหรือไม่ครับว่า…การจัดดอกไม้นั้น ไม่ได้ทำกันง่ายๆ วันนี้เราเลยอยากจะมาพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “4 วิธีการจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับงานต่างๆ” พร้อมกับแนะนำดอกไม้ที่มีความหมายดีๆ ให้กับทุกท่านกันครับ

4 วิธีการจัดดอกไม้ตามแต่ละงาน

งานมงคลสมรส งานมงคลสมรสส่วนใหญ่นั้นจะเลือกใช้ดอกไม้ที่มีความหมายดีและเน้นไปทางโทนสีขาวหรือสีโทนอบอุ่น เพราะจะสามารถไปจัดเป็นซุ้มประตูวิวาห์หรือจัดแต่งภายในงานได้ง่ายและสวยงามมากๆ เลยหล่ะครับ โดยดอกไม้สีขาวที่มีความหมายดีๆ จะได้แก่…ดอกกุหลาบสีขาวหมายถึง ความรักที่บริสุทธิ์และสง่างาม นอกจากนี้ยังหมายถึงความรักนิรันดร์ การเริ่มต้นใหม่ ทำให้ดอกกุหลาบสีขาวถูกนำไปใช้เป็นดอกไม้ในงานแต่งเสมอๆ นั้นเองครับ

งานสีดำ(งานศพ) งานสีดำส่วนใหญ่นั้นจะเลือกใช้ดอกไม้ที่มีความหมายเป็นที่น่าจดจำและเน้นไปทางโทนสีขาวดำเป็นหลัก จะไม่ใช้ดอกไม้ที่มีสีสรรจัดจ้านในการจัดในงาน ไม่ว่าจะเป็น…
ดอกหน้าวัว ที่มีความหมายแฝงแสดงถึงความรักความมั่นคง
ดอกกล้วยไม้ ที่มีความหมายแฝงแสดงการระลึกถึงความรักที่สง่างาม
ดอกลิลลี่ ที่มีความหมายแฝงแสดง ความปล่อยวาง ผ่อนคลายจากความเศร้าโศก เป็นต้น

งานเลี้ยงรุ่น งานเลี้ยงสังสรรค์หรืองานเลี้ยงรุ่นนั้นสามารถเลือกจัดดอกไม้ตามธีมของงานในแต่ละแบบได้เลย ไม่ต้องเน้นความหมาย แต่ความให้เกิดสีสันที่สวยงามสอดคล้องกับความบันเทิงต่างๆ ที่จะเกิดจากการได้พบปะกันระหว่างเพื่อนๆ พี่ๆ นั้นเองครับ

งานบวช งานบวชเป็นงานมงคลที่สูงส่งดังนั้นการจัดดอกไม้ควรเลือกใช้ดอกไม้ที่มีความสง่างามบริสุทธิ์ผุดผ่อง จัดเป็นซุ้มหรือใส่แจกันตกแต่งตามรอบๆ งาน ควรเน้นไปทางสีที่โทนขาวอบอุ่นจะดูดีและเหมาะสมที่สุดครับ

แนะนำ 3 ดอกไม้ความหมายดีๆ

ดอกดาวเรือง เป็นดอกไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูกกันมาก เชื่อกันว่าหากปลูกแล้วจะช่วยเสริมให้ชีวิตมีแต่ความเจริญก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ มีทรัพย์สินเงินทองใช้ไม่ขาดมือเหมือนกับสีเหลืองทองของดอกไม้นั่นเอง นอกจากนี้หากผู้ปลูกจัดวางต้นดาวเรืองในทิศที่เหมาะสม ถูกทิศกับผู้อยู่อาศัยตามหลักฮวงจุ้ย ก็จะยิ่งช่วยส่งเสริมชีวิตในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นด้วย เช่น หากตัวบ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ การปลูกดอกดาวเรืองทางฝั่งซ้ายของบ้าน จะช่วยเสริมเรื่องการงานให้ก้าวหน้า เรียกความโชคดี โชคลาภให้แก่ผู้อยู่อาศัย แต่ถ้าหากตัวบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออก การปลูกดอกดาวเรืองทางฝั่งขวาของตัวบ้าน เชื่อว่าจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้เกิดความสงบ ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ ทำให้มีแต่สิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นในบ้าน

ดอกมะลิ ดอกไม้มงคลสีขาวสะอาดและกลิ่นหอมทนทาน บ่งบอกถึงความรักแสนบริสุทธิ์ ยาวนานไม่เสื่อมคลาย เป็นดอกไม้อันเปี่ยมด้วยประโยชน์หลากหลาย กลิ่นหอมของดอกใช้อบขนม ดอกมะลิสดนอกจากจะถูกนำมาร้อยมาลัยเพื่อบูชาพระแล้ว คนยังนิยมนำไปแช่เพื่อลอยในน้ำดื่มแก้คลายร้อนด้วย หรือนำไปทำเมนูข้าวแช่ เมนูดับร้อนในช่วงหน้าร้อนของชาววัง มีความเชื่อกันว่าบ้านใดที่ปลูกต้นมะลิเอาไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้าน จะช่วยเสริมให้คนในบ้านได้รับความปรารถนาดี เป็นที่รักของคนทั่วไป อีกทั้งยังทำให้คนในบ้านมีจิตใจที่บริสุทธิ์ด้วย

ดอกกุหลาบ กุหลาบเป็นดอกไม้มงคลที่มีการปลูกประดับบ้านกันอย่างแพร่หลายในทั่วทุกมุมโลกมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าหากบ้านใดปลูกกุหลาบไว้ในบ้าน จะช่วยเสริมสง่าราศี และความภาคภูมิแก่ผู้อยู่อาศัย และด้วยเสน่ห์ความงามของสีสัน และกลิ่นอันหอมเย้ายวนของดอกไม้ ทำให้หลายคนต่างก็หมายปองที่อยากจะปลูกดอกกุหลาบประดับสวนในบ้าน ความหมายของดอกกุหลาบ ถูกกำหนดจากสีของดอก ซึ่งส่วนใหญ่จะถือว่าดอกกุหลาบสีแดงและสีชมพูเป็นตัวแทนของความรัก กุหลาบสีขาวเป็นตัวแทนของบริสุทธิ์และไร้เดียงสา ในขณะที่กุหลาบสีเหลืองเป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพ และความปิติยินดี ดอกกุหลายจึงนิยมนำมามอบให้ตามเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันวาเลนไทน์ รวมถึงการร่วมแสดงความยินดี

และนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับ “4 วิธีการจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับงานต่างๆ”ที่เราได้นำมาฝากคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อยกันนะครับ

Continue Reading

Trending