Connect with us

Lifestyle

ร้านดอกไม้ออนไลน์ที่ดีควรเป็นอย่างไร

Published

on

ร้านดอกไม้

          ในปัจจุบันที่อากาศร้อนอบอ้าว มีปัญหาการจราจรในหลายพื้นที่ และมีโรคระบาดให้คอยระมัดระวังตัว การออกจากบ้านจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำหรือหลายๆคนไม่อยากทำมากนัก ธุรกิจหลายๆอย่างจึงต้องมีการปรับตัว ซึ่งบริการที่คนนิยมใช้และกำลังเติบโตเป็นอย่างมากในปัจจุบันคือธุรกิจออนไลน์ทั้งหลายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ ไม่เว้นแม้แต่ร้านดอกไม้ออนไลน์ ที่ให้บริการจัดดอกไม้หรือบริการจัดส่งที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงเวลาปัจจุบัน

          ร้านดอกไม้ ออนไลน์นั้นเป็นร้านที่ให้บริการเรื่องการจัดดอกไม้ทั้งดอกไม้สดหรือดอกไม้ประดิษฐ์ตามรูปแบบต่างๆที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ช่อดอกไม้ แจกันดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ พวงหรีด พวงมาลา สแตนด์ดอกไม้ ช่อดอกไม้ของเจ้าสาว หรือกล่องดอกไม้ที่มีของขวัญแนบคู่ไปด้วย และบางร้านยังมีบริการจัดกระเช้าผลไม้สำหรับนำไปเยี่ยมผู้ป่วยหรือนำไปฝากญาติผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งร้านดอกไม้ที่น่าเลือกใช้งานย่อมควรให้บริการได้ครบถ้วนและหลากหลาย มีดอกไม้ให้เลือกเป็นจำนวนมาก มีหลายรูปแบบให้เลือกสรร สามารถให้คำแนะนำและตอบคำถามกับลูกค้าได้ชัดเจนและรวดเร็ว ร้านดอกไม้ออนไลน์ที่ดีควรมีบริการจัดส่งดอกไม้ที่สั่งซื้อ เพราะไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่จะสะดวกไปรับดอกไม้เองหรือทราบวิธีในการดูแลรักษาดอกไม้ให้มีสภาพดีในระหว่างการเคลื่อนย้าย ร้านดอกไม้ออนไลน์ควรมีรูปตัวอย่างของการจัดดอกไม้ให้ดูด้วยว่าเมื่องานเสร็จแล้วจะออกมาเป็นแบบไหน หากเป็นการจัดดอกไม้สด ดอกไม้ที่ร้านใช้ควรมีคุณภาพดี มีความสดใหม่ สภาพสมบูรณ์ไม่หัก งอ หรือบอบช้ำ หากเป็นดอกไม้ประดิษฐ์ดอกไม้ที่ใช้ควรมีสีสันสวยงามดูสมจริง และวัสดุที่ใช้ทำก็ควรมีคุณภาพ ร้านดอกไม้ที่ดีย่อมควรให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับลูกค้าได้ เช่นในสถานการณ์ใดควรใช้ดอกไม้ใด สีใด จัดแบบใดจึงเหมาะสมมากที่สุด เป็นต้น เพราะในหลายๆครั้งลูกค้าที่ไม่มีความรู้ก็ต้องการขอคำปรึกษาเพื่อให้สามารถมอบดอกไม้ได้อย่างเหมาะสมเช่นกัน อีกอย่างที่สำคัญคือร้านดอกไม้ที่ดีควรมีราคาที่สมเหตุสมผลกับดอกไม้ เช่นหากเป็นดอกไม้หายากและคุณภาพดีจะมีราคาที่สูงสักหน่อยย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่หากเป็นดอกไม้ที่หาได้ทั่วไปและคุณภาพของดอกไม้ไม่ดี การขายราคาสูงผู้ซื้อย่อมรู้สึกว่าดอกไม้ที่ได้มาไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปและไม่อยากใช้บริการอีกแน่นอน

ร้านดอกไม้

          ร้านดอกไม้ออนไลน์ที่ดีควรมีคุณสมบัติข้างต้นอย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถบริการลูกค้าได้ครอบคลุมตามที่ลูกค้าต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของตัวอย่างดอกไม้ที่ร้านมีการขาย ควรมีรูปตัวอย่างด้วยเพื่อให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพและตัดสินใจเลือกซื้อดอกไม้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และการตอบกลับและช่องทางติดต่อที่รวดเร็วก็ช่วยสร้างความประทับใจได้มากเช่นกัน

Continue Reading

Lifestyle

ประกันชั้น 2+ ดีกว่าที่คิด! เหมาะกับใคร และต่างจากชั้น 1 อย่างไร?

Published

on

ประกันภัยรถยนต์ 2+

เมื่อพูดถึงการทำประกันรถยนต์ หลายคนอาจคิดถึงประกันชั้น 1 เป็นอันดับแรก เพราะเชื่อว่าให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด แต่จริง ๆ แล้ว ประกันภัยรถยนต์ 2+ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ไม่แพง และยังครอบคลุมหลายความเสี่ยงที่คุณอาจคาดไม่ถึง โดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์ และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่ลดระดับความอุ่นใจลงมากเกินไป

ทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์ 2+ คืออะไร?

ประกันภัยรถยนต์ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 แต่มีข้อแม้บางอย่าง เช่น การเคลมอุบัติเหตุต้องมี “คู่กรณี” และส่วนใหญ่จะซ่อมที่อู่มากกว่าศูนย์บริการ จุดเด่นสำคัญคือให้ความคุ้มครองทั้งรถชน รถหาย และไฟไหม้ ในราคาที่ถูกกว่าชั้น 1 อย่างเห็นได้ชัด

ประกันภัยรถยนต์ 2+ เหมาะกับใคร?

หากคุณกำลังสงสัยว่า “เราควรทำประกันชั้น 2+ ดีไหม” ลองพิจารณาดูว่าคุณเข้าข่ายกลุ่มเหล่านี้หรือไม่:

  • ขับรถมาแล้วหลายปี มีประสบการณ์ ขับขี่ปลอดภัย
  • ใช้งานรถในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ขับในพื้นที่เสี่ยง
  • รถมีอายุ 4-10 ปี ไม่จำเป็นต้องซ่อมห้าง
  • อยากลดค่าเบี้ยประกัน แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุม
  • ต้องการคุ้มครองเรื่องรถหายและไฟไหม้ด้วย

ถ้าคุณตอบว่า “ใช่” กับข้อใดข้อหนึ่ง นั่นแปลว่า ประกันภัยรถยนต์ 2+ อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ

จุดเด่นของประกันภัยรถยนต์ 2+

  • ราคาประหยัดกว่า ประกันชั้น 1 หลายพันบาทต่อปี
  • คุ้มครองครบ ทั้งรถชน, รถหาย, และไฟไหม้ (เฉพาะมีคู่กรณี)
  • ซ่อมอู่มาตรฐาน ที่ได้รับการรับรองจากบริษัทประกัน
  • ดูแลผู้ขับขี่และบุคคลภายนอก ในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • เคลมง่าย รวดเร็ว ในอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีและหลักฐานชัดเจน

แล้วประกันชั้น 1 ต่างจากประกัน 2+ อย่างไร?

แม้ว่า ประกันภัยรถยนต์ 2+ จะให้ความคุ้มครองหลายด้านคล้ายประกันชั้น 1 แต่ก็ยังมีความแตกต่างบางประการที่ควรรู้ เช่น:

  • ประกันชั้น 1 คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ชนฟุตบาท ชนเสาไฟ หรือขับรถตกหลุม
  • ประกันภัยรถยนต์ 2+ ต้องมีคู่กรณีถึงจะเคลมค่าซ่อมรถเราได้
  • ชั้น 1 ซ่อมห้างได้ ส่วนใหญ่ 2+ ซ่อมอู่
  • ชั้น 1 ครอบคลุมมากกว่า แต่ราคาก็สูงกว่าเช่นกัน

ดังนั้น หากคุณเป็นคนขับรถอย่างระมัดระวัง และไม่ได้กังวลกับความเสียหายเล็กน้อยแบบไม่มีคู่กรณี การเลือกทำประกัน 2+ ก็ถือว่าเพียงพอแล้วในชีวิตประจำวัน

ประกันชั้น 2+ ใช่สำหรับคุณหรือเปล่า?

ประกันภัยรถยนต์ 2+ ไม่ใช่ทางเลือกที่ด้อยกว่าประกันชั้น 1 แต่เป็นทางเลือกที่ “พอดี” สำหรับคนที่มีวินัยในการขับขี่ ต้องการความคุ้มครองหลัก ๆ ในราคาที่จับต้องได้ ที่สำคัญยังครอบคลุมกรณีที่หลายคนกังวล เช่น รถหาย หรือไฟไหม้ ซึ่งประกันชั้น 3 หรือ 3+ ไม่ครอบคลุม

อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก่อนค่อยตัดสินใจ เพราะการมี ประกันภัยรถยนต์ 2+ ติดไว้ ก็เหมือนมีเกราะป้องกันที่อุ่นใจทุกครั้งที่สตาร์ทรถ หากคุณมองหาประกันที่จ่ายน้อยลง แต่ยังให้ความสบายใจในทุกการเดินทาง ประกันภัยรถยนต์ 2+ อาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าที่คุณเคยคิดไว้!

Continue Reading

Art

รู้จักกับสีน้ำมันและภาพเขียน

Published

on

สีน้ำมัน

เรื่องของการส้ร้างสรรค์ผลการศิลปะนั้น… มีมากมายหลากหลายแนวทางให้เราได้เลือกทำกันเลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งการจะสร้างสรรค์งานเหล่านี้ต้องอาศัยปัจจัยและสมาธิต่างๆ มากมายกว่าที่คนทั่วๆ ไปจะคิดครับ แต่ในบทความนี้อยากจะพาทุกๆ ท่านไป “รู้จักกับสีน้ำมันและภาพเขียน” ที่น่าสนใจและเป็นอีกหนึ่งแขนงการสร้างานศิลป์กันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันเล้ยย!!!

นียามของสีน้ำมันและภาพเขียนเป็นอย่างไรบ้าง?

ใช้ในการสื่อประวัติความเป็นมา การใช้สีน้ำมันเริ่มต้นในยุคเรเนสซานส์ช่วงศตวรรษที่ 15 เป็นนวัตกรรมใหม่ในงานจิตรกรรม เนื่องจากสีน้ำมันมีคุณสมบัติแห้งช้ากว่าสีประเภทอื่น ทำให้จิตรกรสามารถปรับแต่งผลงานได้นานขึ้น โดยส่วนประกอบของสีน้ำมัน สีน้ำมันผลิตจากการผสมสีผงธรรมชาติหรือสังเคราะห์กับตัวทำละลายจากน้ำมันพืชหรือน้ำมันสลักร์ เช่น น้ำมันลินสีด น้ำมันถั่วเหลือง ทำให้มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม

– เทคนิคการเขียนภาพ งานจิตรกรรมสีน้ำมันสามารถใช้เทคนิคต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น การใช้พู่กันเบลนด์สี การทาทับสีหลายชั้น การไล่ระดับสีด้วยมีดปาดสี รวมถึงการใช้ลวดลายและการวาดเส้น

– ภาพวาดแนวต่างๆ จิตรกรสามารถใช้สีน้ำมันในการสร้างสรรค์ผลงานหลายแนวได้ ทั้งภาพทิวทัศน์ ภาพคนเหมือน ภาพนามธรรม หรือภาพชีวิตนิ่ง มีศิลปินเอกหลายท่านที่โด่งดังจากผลงานสีน้ำมัน เช่น วินเซนต์ ванโก ปีกัสโซ เรมบรานด์

– การบำรุงรักษาผลงาน เนื่องจากสีน้ำมันแห้งช้า ภาพเขียนอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงจะแห้งสนิท แต่ก็ทนทานและคงสีได้นานหลายศตวรรษหากดูแลรักษาอย่างถูกวิธี โดยไม่ควรสัมผัสด้วยน้ำมากเกินไป และเก็บไว้ที่แสงไม่จัดจ้า การเขียนภาพด้วยสีน้ำมันจึงเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่า ผสมผสานทั้งความละเอียดอ่อน เทคนิค และจินตนาการของจิตรกร สร้างผลงานอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป

ข้อดีข้อเสียของภาพวาดสีน้ำมัน

– คุณสมบัติที่ดีของภาพสีน้ำมัน
– เพิ่มคุณค่ารูปโปรดและบ้านสุดหรูของคุณให้ดูมีสไตล์
– คงทนถาวรเพราะเราใช้สีน้ำมันอย่างดีวาดลงบนผ้าใบอย่างดี
– ดูแลรักษาง่าย สามารถใช้ฟองน้ำหรือผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาดๆเช็ดทำความสะอาด

วิธีการลงสีน้ำมันขั้นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น

เตรียมอุปกรณ์

ผ้าใบสำหรับปูพื้น

แผ่นวาดรองพื้น เช่น แผ่นไฟเบอร์บอร์ด หรือแผ่นไม้อัดบาง

พู่กันขนาดต่างๆ เช่น พู่กันแบนขนาดใหญ่ พู่กันกลม พู่กันแฟลต

จานสี หรือกระป๋องสำหรับวางสีน้ำมัน

ผ้าเช็ดพู่กัน น้ำมันลินสีด หรือน้ำมันพืชสำหรับเจือจางสี

วางทาบแผ่นพื้น วางผ้าใบปูพื้น แล้ววางแผ่นวาดรองพื้นทับลงไป เพื่อป้องกันสีหกเลอะเทอะ

แบ่งสีลงจาน เทสีน้ำมันต่างๆ ลงจาน โดยใช้สีหลักๆ คือ แดง เหลือง น้ำเงิน และดำ เขียว พร้อมสีขาวและดำเพื่อผสม

ผสมสีด้วยพู่กัน ใช้ปลายพู่กันคนสีให้เข้ากันในจาน จนได้โทนสีที่ต้องการ

ลงสีพื้นพู่กันแบน ใช้พู่กันแบนเกลี่ยสีพื้นหลังก่อน ด้วยการวาดเป็นแนวเส้นตรงไปมาทั้งแนวนอนและแนวตั้ง

ลงรายละเอียดด้วยพู่กันขนาดเล็ก เมื่อได้สีพื้นแล้ว ให้ใช้พู่กันขนาดเล็กลงรายละเอียดภาพ โดยการเกลี่ยเป็นแนวเส้นโค้ง และใช้ปลายพู่กันแตะเพื่อสร้างจุดเล็กๆ

ไล่ระนาบด้วยการซ้อนสี เกลี่ยสีทับซ้อนกันหลายชั้น เพื่อไล่ระนาบระหว่างส่วนหน้าและส่วนหลังของภาพ

ทิ้งไว้ให้สีแห้ง หลังจากลงสีเสร็จ ให้ทิ้งผลงานไว้ให้สีแห้งสนิทก่อนจะรองพื้นหรือเคลือบผิว

ควรฝึกฝนเทคนิคการลงสีพื้นฐานนี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุ้นเคยกับสีน้ำมัน รวมถึงควบคุมการไหลของสี การผสมสี และการใช้พู่กันได้ดียิ่งขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “รู้จักกับสีน้ำมันและภาพเขียน”ที่ได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้น คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ดีกันนะครับ

Continue Reading

Lifestyle

4 วิธีการจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับงานต่างๆ

Published

on

วิธีการจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับงานต่างๆ

ว่ากันด้วยเรื่องการจัดตกแต่งสถานที่ต่างๆ นั้น เพื่อความสดชื่นและสวยงามของการต่างๆ สิ่งที่คาดไม่ได้เลยนั้นก็คือ “ดอกไม้” ที่ถูกรังสรรให้ออกมาเป็นซุ้มต่างๆ ที่มีความสวยงามและน่าชื่นชม แต่ท่านทราบกันหรือไม่ครับว่า…การจัดดอกไม้นั้น ไม่ได้ทำกันง่ายๆ วันนี้เราเลยอยากจะมาพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “4 วิธีการจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับงานต่างๆ” พร้อมกับแนะนำดอกไม้ที่มีความหมายดีๆ ให้กับทุกท่านกันครับ

4 วิธีการจัดดอกไม้ตามแต่ละงาน

งานมงคลสมรส งานมงคลสมรสส่วนใหญ่นั้นจะเลือกใช้ดอกไม้ที่มีความหมายดีและเน้นไปทางโทนสีขาวหรือสีโทนอบอุ่น เพราะจะสามารถไปจัดเป็นซุ้มประตูวิวาห์หรือจัดแต่งภายในงานได้ง่ายและสวยงามมากๆ เลยหล่ะครับ โดยดอกไม้สีขาวที่มีความหมายดีๆ จะได้แก่…ดอกกุหลาบสีขาวหมายถึง ความรักที่บริสุทธิ์และสง่างาม นอกจากนี้ยังหมายถึงความรักนิรันดร์ การเริ่มต้นใหม่ ทำให้ดอกกุหลาบสีขาวถูกนำไปใช้เป็นดอกไม้ในงานแต่งเสมอๆ นั้นเองครับ

งานสีดำ(งานศพ) งานสีดำส่วนใหญ่นั้นจะเลือกใช้ดอกไม้ที่มีความหมายเป็นที่น่าจดจำและเน้นไปทางโทนสีขาวดำเป็นหลัก จะไม่ใช้ดอกไม้ที่มีสีสรรจัดจ้านในการจัดในงาน ไม่ว่าจะเป็น…
ดอกหน้าวัว ที่มีความหมายแฝงแสดงถึงความรักความมั่นคง
ดอกกล้วยไม้ ที่มีความหมายแฝงแสดงการระลึกถึงความรักที่สง่างาม
ดอกลิลลี่ ที่มีความหมายแฝงแสดง ความปล่อยวาง ผ่อนคลายจากความเศร้าโศก เป็นต้น

งานเลี้ยงรุ่น งานเลี้ยงสังสรรค์หรืองานเลี้ยงรุ่นนั้นสามารถเลือกจัดดอกไม้ตามธีมของงานในแต่ละแบบได้เลย ไม่ต้องเน้นความหมาย แต่ความให้เกิดสีสันที่สวยงามสอดคล้องกับความบันเทิงต่างๆ ที่จะเกิดจากการได้พบปะกันระหว่างเพื่อนๆ พี่ๆ นั้นเองครับ

งานบวช งานบวชเป็นงานมงคลที่สูงส่งดังนั้นการจัดดอกไม้ควรเลือกใช้ดอกไม้ที่มีความสง่างามบริสุทธิ์ผุดผ่อง จัดเป็นซุ้มหรือใส่แจกันตกแต่งตามรอบๆ งาน ควรเน้นไปทางสีที่โทนขาวอบอุ่นจะดูดีและเหมาะสมที่สุดครับ

แนะนำ 3 ดอกไม้ความหมายดีๆ

ดอกดาวเรือง เป็นดอกไม้มงคลที่คนไทยนิยมปลูกกันมาก เชื่อกันว่าหากปลูกแล้วจะช่วยเสริมให้ชีวิตมีแต่ความเจริญก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ มีทรัพย์สินเงินทองใช้ไม่ขาดมือเหมือนกับสีเหลืองทองของดอกไม้นั่นเอง นอกจากนี้หากผู้ปลูกจัดวางต้นดาวเรืองในทิศที่เหมาะสม ถูกทิศกับผู้อยู่อาศัยตามหลักฮวงจุ้ย ก็จะยิ่งช่วยส่งเสริมชีวิตในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นด้วย เช่น หากตัวบ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ การปลูกดอกดาวเรืองทางฝั่งซ้ายของบ้าน จะช่วยเสริมเรื่องการงานให้ก้าวหน้า เรียกความโชคดี โชคลาภให้แก่ผู้อยู่อาศัย แต่ถ้าหากตัวบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออก การปลูกดอกดาวเรืองทางฝั่งขวาของตัวบ้าน เชื่อว่าจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้เกิดความสงบ ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ ทำให้มีแต่สิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นในบ้าน

ดอกมะลิ ดอกไม้มงคลสีขาวสะอาดและกลิ่นหอมทนทาน บ่งบอกถึงความรักแสนบริสุทธิ์ ยาวนานไม่เสื่อมคลาย เป็นดอกไม้อันเปี่ยมด้วยประโยชน์หลากหลาย กลิ่นหอมของดอกใช้อบขนม ดอกมะลิสดนอกจากจะถูกนำมาร้อยมาลัยเพื่อบูชาพระแล้ว คนยังนิยมนำไปแช่เพื่อลอยในน้ำดื่มแก้คลายร้อนด้วย หรือนำไปทำเมนูข้าวแช่ เมนูดับร้อนในช่วงหน้าร้อนของชาววัง มีความเชื่อกันว่าบ้านใดที่ปลูกต้นมะลิเอาไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้าน จะช่วยเสริมให้คนในบ้านได้รับความปรารถนาดี เป็นที่รักของคนทั่วไป อีกทั้งยังทำให้คนในบ้านมีจิตใจที่บริสุทธิ์ด้วย

ดอกกุหลาบ กุหลาบเป็นดอกไม้มงคลที่มีการปลูกประดับบ้านกันอย่างแพร่หลายในทั่วทุกมุมโลกมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าหากบ้านใดปลูกกุหลาบไว้ในบ้าน จะช่วยเสริมสง่าราศี และความภาคภูมิแก่ผู้อยู่อาศัย และด้วยเสน่ห์ความงามของสีสัน และกลิ่นอันหอมเย้ายวนของดอกไม้ ทำให้หลายคนต่างก็หมายปองที่อยากจะปลูกดอกกุหลาบประดับสวนในบ้าน ความหมายของดอกกุหลาบ ถูกกำหนดจากสีของดอก ซึ่งส่วนใหญ่จะถือว่าดอกกุหลาบสีแดงและสีชมพูเป็นตัวแทนของความรัก กุหลาบสีขาวเป็นตัวแทนของบริสุทธิ์และไร้เดียงสา ในขณะที่กุหลาบสีเหลืองเป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพ และความปิติยินดี ดอกกุหลายจึงนิยมนำมามอบให้ตามเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันวาเลนไทน์ รวมถึงการร่วมแสดงความยินดี

และนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับ “4 วิธีการจัดดอกไม้ให้เหมาะสมกับงานต่างๆ”ที่เราได้นำมาฝากคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆ ท่านไม่มากก็น้อยกันนะครับ

Continue Reading

Trending